On This Day วันที่ : 15 มี.ค. 2564 ผู้เขียน :

15 มีนาคม 2536 : หิน เหล็ก ไฟ ออกอัลบั้มชุดที่ 1 “หิน เหล็ก ไฟ”

15 มีนาคม ค.ศ. 1993 … ที่เมืองลาญี-ซูร์-มาร์น ของประเทศฝรั่งเศส ครอบครัวชาวกินี โดยคุณพ่อฟัสซู อองตวน และคุณแม่ยีโอ ได้ให้กำเนิดลูกชายคนสุดท้อง “Paul Pogba” (ปอล ป็อกบา) นักฟุตบอลอนาคตไกลที่เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังตั้งแต่อายุ 6 ขวบ จนไต่เต้ามาเป็นกองกลางแห่งสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและทีมชาติฝรั่งเศส และยังถือเป็นนักบอลที่มีค่าตัวสูงที่สุดเป็นสถิติโลกในอีก 23 ปีต่อมา

ขณะเดียวกันในวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2536 ของประเทศไทย ยังถือเป็นวันที่ค่ายเพลง “RS Promotion” ได้ให้กำเนิดผลงานอัลบั้มเพลงชุดแรกของกลุ่มศิลปินหน้าใหม่ในวัยเก๋าประสบการณ์ทั้ง 5 คน ผ่านแนวดนตรี Heavy-Metal กับจินตภาคคนธาตุร็อก โดยวงดนตรีคณะ “หิน เหล็ก ไฟ” ที่ได้จารึกผลงานอัลบั้มแจ้งเกิด สู่แผงเทปครั้งแรกในวันนี้เมื่อ 28 ปีที่แล้ว

ด้วยขบวนเพลงฮิตในอัลบั้มอย่างมากมายมาจนถึงปัจจุบัน เช่น ยอม, นางแมว, เพื่อเธอ, พลังรัก, สู้, ค้างคาวไฟ, สองคน ซึ่งส่งให้ตลาดเพลงไทยในขณะนั้นต้องสั่นคลอนไปตามจังหวะสองกระเดื่องดังสำเนียงของวง กับสถิติที่เปลี่ยนแปลงวงการดนตรีเฮฟวี่เมทัลในเมืองไทยไปตลอดกาล ด้วยยอดขายเทปคาสเซตต์ที่ทะลุถึงล้านตลับ! จนทำให้ทางวงยังคงมีงานเพลงฮิตจากอัลบั้มชุดอื่นๆ อีกครั้งในเวลาถัดมา อาทิ หลงกล, ศรัทธา, มั่วนิ่ม, สิบปากว่า, หวาดระแวง, คิดไปเอง

ตำนานบทแรกของหิน เหล็ก ไฟ ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จากการรวมตัวของ “โป่ง-ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์” (ร้องนำ) อดีต Frontman แห่งคณะ “The Olarn Project” ที่แยกตัวจากการเล่นดนตรีประจำ มาจับมือกับ “โต-นำพล ขจรพิมานมาศ” (กีตาร์) พร้อมด้วย “หมูพีท-เกียรติชัย แซ่โอ้ว” (เบส) และ “แจ็ค-ปรีชา ทองนพ” (กลอง) ร่วมกันฟอร์มวงดนตรีขึ้นมาเพื่อทำ Demo ออกผลงานเพลงในแนวดนตรีเฮฟวี่เมทัลภาคภาษาไทย โดยที่ยังไม่มีชื่อวง

และในปีเดียวกันนี้ หมูพีทและแจ็คก็ได้แยกตัวออกจากการทำวงของทั้งสองไปด้วยเหตุผลส่วนตัว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสมาชิกขึ้นภายในวงขึ้น โดยมี “รงค์-ณรงค์ ศิริสารสุนทร” อดีตมือเบส ‘The Olarn Project’ เข้ามารับหน้าที่มือเบสแทนพี่หมูพีท พร้อมด้วย “ป๊อป-จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย” มือกีตาร์จากวง ‘Force’ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เข้ามาสมทบตำแหน่งมือกีตาร์อีกหนึ่งคน จากการทาบทามของพี่รงค์ และ “Tommy” เข้ามาร่วมตำแหน่งกลองแทนพี่แจ็ค จนลงตัวเป็นสมาชิกชุดหลักในการเริ่มต้นทำ Demo ก่อนที่ “หมาน-สมาน ยวนเพ็ง” อดีตมือกลอง ‘ฟุตปาธ’ จะเข้ามารับตำแหน่งมือกลองแทนทอมมี่ตามลำดับ

จน “ทิวา สาระจูฑะ” หรือ ‘น้าทิวา’ บรรณาธิการแห่งนิตยสาร “สีสัน” ได้เข้ามาตั้งชื่อ “หิน เหล็ก ไฟ” ให้กับทางวง โดยมีชื่อภาษาอังกฤษ “Stone Metal Fire” ที่ย่อเป็นคำว่า “SMF” ภายใต้นิยาม As Solid As Stone แกร่ง ดั่งหินผา [S] | As Strong As Metal แข็ง ดั่งเหล็กกล้า [M] | As Fierce As Fire เร่าร้อน ดั่งเปลวไฟ [F] ทำให้พี่ๆ ทั้ง 5 ต่างเคาะเป็นชื่อวงในทันที จากนั้นหิน เหล็ก ไฟ ก็ได้นำ Demo ผลงานเพลงไปเสนอกับทางค่าย “RS Promotion” และได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดในปี พ.ศ. 2535 พร้อมกับการเริ่มต้นบันทึกเสียงอัลบั้มชุดแรกกันที่ห้องอัด “Centre Stage” ของ “แอ๊ด คาราบาว” จนเสร็จสิ้นในระยะเวลาไม่นานของปีเดียวกัน

แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองภายในประเทศครั้งสำคัญอย่าง “พฤษภาทมิฬ” ที่(อาจจะ)ส่งผลต่อการเปิดตัวอัลบั้มเพลงเฮฟวี่เมทัลเลือดใหม่อันแข็งแกร่ง และเร่าร้อนกลุ่มนี้ ทำให้อัลบั้มแรกของหิน เหล็ก ไฟ นั้นต้องเลื่อนกำหนดไปเป็นเวลาครึ่งปี

“ใครว่าหัวใจร็อกจะร้าวไม่เป็น?”

ก่อนที่ “ยอม” บัลลาดร็อกสุดบาดลึกในฐานะ Single เปิดตัวเพลงแรกของวง ได้เริ่มต้นออกอากาศให้ฟังในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2536 พร้อมกับการคลอดอัลบั้มเต็มออกมาสู่แผงเทปอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มีนาคม ด้วยอัลบั้มชื่อเดียวกับชื่อวง (Self-titled) ตามมาด้วยการปล่อย Single ออกมาทวีคูณความสำเร็จให้หิน เหล็ก ไฟ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น “นางแมว” “เพื่อเธอ” “ค้างคาวไฟ” ก่อนจะมีการแสดงเปิดอัลบั้มเป็นครั้งแรกในรายการถ่ายทอดสด “คอนเสิร์ตเลข 3” ของช่อง 3 ในวันที่ 18 เมษายน ที่เมอร์รี่คิงส์ รังสิต

ความทุ่มเทเกือบ 3 ปี และผลสำเร็จในตลอดระยะเวลา 2 เดือน ส่งให้ทางวงได้เป็น 1 ในตัวแทนศิลปินของคอนเสิร์ตร็อกครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี 2536 ใน “Short Charge Shock Rock Concert” ร่วมกับ “Hi-Rock” และ “หรั่ง ร็อกเคสตร้า” เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ณ. อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ที่มาพร้อมกับการเปิดตัว 2 เพลงพิเศษของวงที่ไม่เคยถูกเผยแพร่ที่ไหน อย่าง “สัญญาปีศาจ” และ “เพื่อนกัน” บทเพลงพิเศษที่ทั้ง 3 ได้ร้องร่วมกันเป็นเพลงปิดงาน โดยหลังจากจบคอนเสิร์ตในวันนั้น ทาง RS ได้มีการนำ Footage บางส่วนจากคอนเสิร์ตนี้ มาทำเป็น Music Video ตัดออกเป็น Single โปรโมทให้กับหิน เหล็ก ไฟ ในเพลง “พลังรัก” และ “สองคน” ซึ่งเพลงหลัง ทางค่ายยังได้แทรกตัวถ่ายทำ MV ในบรรยากาศจริงของงานวันนั้นอีกด้วย!

จากความยิ่งใหญ่ของหิน เหล็ก ไฟ ทำให้ผลงานชุดนี้ สามารถสร้างยอดขายเป็นประวัติการณ์ได้ทะลุกว่า 1,000,000 ตลับ ซึ่งถือว่าเป็นอัลบั้มเพลงร็อกชุดแรกของค่ายอาร์เอสที่ผ่านสถิตินี้ได้อย่างสำเร็จ อีกทั้งส่งให้ทางวงได้รับรางวัล “ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม” และ “โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม” (โดยหิน เหล็ก ไฟ) จากเวทีเกียรติยศ “สีสันอะวอร์ดส์” ครั้งที่ 6 ประจำปี พ.ศ. 2536 มาครองถึง 2 สาขาด้วยกัน

โดยนอกจากทั้ง 6 เพลงดังกล่าวแล้ว อีก 4 เพลงในอัลบั้มที่ไม่ได้ถูกนำมาโปรโมท ก็ได้เป็นตำนานคลานตามกันมาอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น “สู้” บทเพลงที่ทำให้เหล่านักฟังในบ้านเรา ได้เห็นถึงศักยภาพในการวาดลวดลายโซโล่ของ ‘พี่ป๊อป-จักรรินทร์’ จนกลายมาเป็นตำนานแห่งเพลงโชว์สกิลของเหล่า GuitarList ไปอีก 1 เพลงในปัจจุบัน พร้อมทั้ง “ความหวัง” “ร็อกเกอร์” และ “ก่อนจะสาย” ที่ได้ ‘แอ๊ด คาราบาว’ เจ้าของห้องบันทึกเสียงเซ็นเตอร์สเตจ มาช่วยพูดนำให้กับเพลงนี้ด้วย

และเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ในปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563) บริษัท W. Ministry ได้จับมือกับทาง RS GROUP นำอัลบั้มชุดแรกของหิน เหล็ก ไฟ กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งในรูปแบบแผ่นเสียง 180-gram Special Edition 2020 (Made in Germany) ผ่านการ Remastered and lacquer cut โดย “Bernie Grundman” พ่อมดแห่งวงการดนตรีที่ ‘เฮียฮ้อ’ เจ้าของลิขสิทธิ์ ได้มอบความไว้วางใจให้กับทีมผู้ผลิต ดังที่กล่าวว่า “ผมมั่นใจและเชื่อมั่นในทีมผู้ผลิตที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นโดยให้ความสำคัญในคุณภาพการผลิตที่ดีที่สุดจนเกิดเป็นโปรเจกต์นี้ขึ้นมา” ซึ่งการกลับมาใน Format แผ่นเสียงครั้งนี้ ยังสามารถสร้างปรากฎการณ์ Sold Out ภายในวันเดียว ด้วยจำนวนทั้งสิ้น 300 แผ่น จนต้องเปิดให้สั่งจองเพิ่มอีกครั้งในเวลาถัดมา

อ้างอิงข้อมูล : ปกเทป “หิน เหล็ก ไฟ” , พ.ศ. 2536 | หนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ฉบับวันที่ 8+14+15 มีนาคม / 18 เมษายน พ.ศ. 2536 | หนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ฉบับวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2536 | ชีวประวัติ หิน เหล็ก ไฟ / StoneMetalFire.com | รายการ “คุยกันก่อนนอน” – EP. 5 : ป๊อป หิน เหล็ก ไฟ 21 เมษายน พ.ศ. 2563 + EP. 28 : โต หิน เหล็ก ไฟ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 | Sports Profile : ประวัติ ปอล ป็อกบา ซูเปอร์สตาร์ ค่าตัวแพงสุดในเกาะอังกฤษ / sport.trueid.net , พ.ศ. 2564