“ผมว่าบางที อาจจะเกิดจากความคิดที่ว่า เห็นเราย้ายสังกัดไงฮะ ย้ายมาแกรมมี่ต้องตลาดแน่นอน เราก็อยากให้ฟังเพลงของเราก่อน แล้วค่อยว่ากัน”
แด๊ก Rock Rider เปิดใจกับการสัมภาษณ์เอาไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว
■ วันนี้ในอดีต เมื่อ 20 ปีที่แล้ว (20 กรกฎาคม พ.ศ. 2547) คือวันวางจำหน่ายอัลบั้ม “Seven” สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 4 ของ Big Ass
■ ก่อนหน้านี้ พวกเขาอยู่ค่าย “Music Bugs” มาก่อน โดยมีผลงานอัลบั้มมาแล้ว 3 ชุด (Not Bad / XL / My World) และเริ่มมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง จากอัลบั้มชุดที่ 3 “My World” ในปี 2546 ซึ่งกวาดทั้งชื่อเสียงและกล่อง จาก “สีสันอะวอร์ดส” ที่ได้มาถึง 3 สาขาด้วยกัน
■ หลังจากสิ้นสุดการทัวร์ My World พวกเขาย้ายบ้านหลังใหม่มาอยู่ “Genie Records” ในเครือ “GMM Music” และเริ่มต้นทำอัลบั้มชุดที่ 4 หรืออัลบั้มแรกกับแกรมมี่ ในการเดินทางปีที่ 7 ของวง
■ จนตกผลึกเป็นที่มาของชื่ออัลบั้ม “Seven”
“เพลงนี้สนุกมากเลยนะตอนเขียนเสร็จ การตีความนี่เป็นจุดประสงค์แรกเลยนะ ที่ผมต้องการ เพราะว่าเพลงเรานี้ฟังแล้วอยากให้คนเอาไปคิดเป็นเรื่องอะไรก็ได้ แล้วแต่ว่าประสบการณ์ใคร อย่างเช่น มีคนมาบอกว่า ‘เรื่องอเมริกาเลยเหรอ’ เออ มีคนคิดแบบนี้ ผมว่ามันเริ่มสนุกแล้ว
มีเด็กเข้ามาบอกว่า ‘พี่ ผมก็เคยโดนมาแล้วอย่างนี้สมัยเด็ก ๆ’ แต่มันออกมาจากพวกเราจริง ๆ มันคือการที่เราอยากมีเพลงบางเพลงที่พูดถึงการถูกกระทำ รู้สึกว่าโลกมันอยู่ด้วยคนยิ่งใหญ่หมดเลย แต่ว่าทำไมคนตัวโตที่มีอำนาจไม่มาดูแลคนตัวเล็ก กลับไปรังแกมันซะ ก็มองได้ทุกซอกทุกมุม” — กบ บิ๊กแอส (ขจรเดช พรมรักษา) ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร “สีสัน” เมื่อปี 2547
■ “ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก” คือเพลงเปิดตัวแรกของวง กับอัลบั้มใหม่และสังกัดแห่งใหม่ ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างดีเยี่ยม
■ แต่เพลงถัดมา “เล่นของสูง” คือเพลงที่นำพาอัลบั้มนี้ และ Big Ass ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการเพลงร็อกเมืองไทย
“ระหว่างที่เขียนเพลงนี้ความกดดันก็แวะมาทักทายตลอดทาง เหมือนครูที่คอยตรวจการบ้าน เหมือนอาจารย์ที่คอยถือไม้เรียว ไม่ง่ายเลยที่จะไม่พะวักพะวง ต้องคอยตั้งสติอยู่เป็นระยะ แล้วสั่งตัวเองว่าไม่ว่าเพลงนี้จะออกมาเป็นอย่างไร
อย่างน้อยเราก็ได้ทำมันด้วยความรักอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว อีกกี่ปีผ่านไป เราคงจะกลับมาฟังมันด้วยความสุขได้ ไม่มากก็น้อย เพราะการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก คือความสุขของชีวิต แต่การตกหลุมรักในงานที่ตัวเองทำ นั่นคือความหรูหราที่สุดของชีวิต” — พี่กบ-ขจรเดช / ผู้แต่งเนื้อร้อง บรรยายลง Status ในโอกาสครบรอบ 15 ปี เพลงเล่นของสูง เมื่อปี 2562
“ถึงบางเพลงจะมีคำว่า ‘รัก’ อยู่ในเพลงก็จริง แต่ถ้าลองนึกถึง Point ของเรื่องที่เสนอขึ้นมานี่ อย่างเพลง ‘เล่นของสูง’ จริง ๆ แล้วมันสามารถไปเปรียบเทียบกับชีวิตประจำวันได้ คือเราลองตั้งเป้าหมายในชีวิตดูสิ หน้าที่การงานต้องทำให้ดีกว่านี้ เป้าหมายที่สูง พยายามหาไปถึงจุดมุ่งหมายที่เราอยากจะเป็น ไหน ๆ ก็เกิดมาแล้ว ลองทำอะไรให้มันดีขึ้น ๆ” — แด็กซ์-เอกรัตน์, พ.ศ. 2547
“นี่แหละคือสิ่งที่เราพยายามทำ…” พี่แด็กซ์ ตอบคำถามประเด็นเรื่องการเปรียบเทียบระหว่าง Big Ass กับ ‘Linkin Park’ แต่มีเนื้อหาเบากว่า เช่นเรื่องความรัก
“…คือเอาดนตรีที่มันหนักมาก ๆ มารวมกับเมโลดี้ที่ฟังง่าย ฟังเพราะ บางทีคนฟังจะไม่รู้ตัวเลย ว่าคุณฟังเพลงร็อกที่หนัก หรือว่าคุณฟังเพลงป๊อป นี่คือสิ่งที่เราพยายามค้นหา เราก็ได้มันมา” — แด็กซ์-เอกรัตน์, พ.ศ. 2547
■ แล้วเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้ม อาทิ ดีแต่ปาก, คนไม่เอาถ่าน, เกิดมาแค่รักกัน, น้ำตา ก็เป็นขบวนเพลงฮิตที่ได้รับความนิยมตามกันมา
■ จนทำให้ตั้งแต่ระยะนั้นเป็นต้นมา ชื่อของ Big Ass กลายเป็น ‘ร็อกแถวหน้า’ ของวงการเพลงเมืองไทย เมื่อนับจากช่วงเวลายุค 2000s
“…ซาวด์ของ Big Ass ก็นับเป็นซาวด์เพลงร็อกยุคใหม่ของแกรมมี่ ซึ่งหลังจากนั้นวงร็อกในแกรมมี่ก็หันมาทำซาวด์ให้หนักหน่วงขึ้นกันเป็นว่าเล่น” — “Jookkyy666” จาก CrazyGroovyTeam กล่าวไว้ใน Scoop ครบรอบ 17 ปี ของ Seven
■ ต่อยอดโอกาสหลายด้าน ทั้งงานของตัวสมาชิก ที่รวมพลกับเพื่อนคนดนตรีนอกวงในนาม “Mango Team” (และพัฒนามาผลิต Song Garden ในปัจจุบัน) ปลุกปั้นสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ประดับวงการเพลงไทยในเวลาถัดมา รวมถึงการสร้าง “Bodyslam” ในก้าวใหม่ โดยการสนับสนุนของรุ่นพี่อย่าง Big Ass
“พวกเราจะค่อนข้างให้ความสำคัญกับการเรียงเพลงตั้งแต่ชุดแรกเลยครับ เพราะว่าเราเช็คด้วยการ อย่างที่คุณอ๊อฟบอกตั้งแต่ฟัง เหมือนดูหนังเรื่องหนึ่ง ต้องมีหลายอารมณ์ ถ้าเผื่อช่วงไหนที่อัดกันแน่นมาก ๆ แล้ว ล้าแล้ว อยากจะปิดแล้ว แค่การเรียงของเรา จะมาเจอเพลง ‘น้ำตา’ พอดี มันจะคลี่คลายทุกอย่าง แล้วก็พร้อมจะรับเพลงใหม่ต่อมา คือถ้าฟังครบ 11 เพลงนี่ จะไม่รู้ตัวเลยว่าครบ 11 แล้ว ก็จะเปิดใหม่ เพราะผมเป็นอย่างนั้นหลายรอบ ก็คือ เอ้า จบแล้วก็เปิดใหม่” — กบ-ขจรเดช, พ.ศ. 2547
“ผมว่าถ้าเราเอา ‘น้ำตา’ เป็นเพลงสุดท้ายนี่ ผมว่าหูเราอาจจะสายไป หูดับไปแล้ว” — โอ๊ค-พงษ์พันธ์, พ.ศ. 2547
.
.
■ โดยนอกจากความนิยมของเพลงโปรโมตระดับหัวกะทิในอัลบั้มนี้ ยังมีเพลงอีกมุมหนึ่งที่สร้างอิทธิพลให้กับคนรุ่นใหม่ไว้ได้ดี ด้วยบทเรียนชีวิตที่ถ่ายทอดลงมาผ่านบทเพลง Side-B อย่าง ทางหนีไฟ, ศัตรูที่มองไม่เห็น, เดิมพัน, ฉันตะโกนดังพอหรือยัง
“…มีเพลง ‘ศัตรูที่มองไม่เห็น’ ผมนั่งแบบ มันได้พูดไปเกือบครบแล้วดังใจ 9 เพลง ก็ เออ เขียนอะไรดี แล้ววันนั้นก็เจอเหตุการณ์ มีคนมาบอกว่า ‘เฮ้ย วงมึงน่ะ หยิ่ง ขี้เก๊ก ไม่ยิ้มเลย ทำไมต้องเก๊กขนาดนี้ ไปเจอใครก็ไม่ยิ้ม’ ผมก็ ‘เฮ้ย ผิดด้วยเหรอ’ คืออยากจะบอก โอเค ยิ้มให้กันน่ะดีแล้ว ไม่มีใครว่า แต่เชื่อมั่นได้ยังไงว่าในรอยยิ้มมันมีอะไรแฝงอยู่” — กบ-ขจรเดช, พ.ศ. 2547
“หากจะกล่าวว่า Seven คือสัญลักษณ์ของ ‘วัยรุ่น’ ก็คงจะไม่ผิดเท่าไร เพลงทั้งหมดถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ Big Ass ยังมีความเข้าใจต่อ ‘วัยรุ่น’ ด้วยความที่มีช่วงวัยที่ยังหนุ่มและหนักแน่น มีช่วงวัยที่ใกล้กันกับกลุ่มผู้ฟังเพลงแนวนี้ และอัลบั้มนี้ยังเข้าถึงผู้ฟังได้หลากหลายวัย ทำให้คอร็อกหลายคนต่างให้การยอมรับกับอัลบั้มนี้อย่างมากมาย ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตทางความคิดตามลำดับ” — ความคิดเห็นจาก ‘James TNK.’ หนึ่งใน CrazyGroovyTeam ที่มีต่ออัลบั้มชุดนี้
.
.
■ ในช่วงโปรโมตอัลบั้มนี้ Big Ass มีคอนเสิร์ตใหญ่ถึง 2 ครั้งด้วยกัน ตั้งแต่คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก “Hotwave Live : บิ๊กแอส บักเอ้ก Live” ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2547
■ และ “BIG BODY CONCERT” Special Concert ร่วมกับ Bodyslam ที่มีเพลงพิเศษอย่าง “เรา” เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2548
■ นอกจากความสำเร็จด้านชื่อเสียง Big Ass ยังสามารถคว้ารางวัล “สีสันอะวอร์ดส” ครั้งที่ 17 มาคว้าได้ถึง 2 รางวัลด้วยกัน ในสาขา ‘อัลบั้มร็อกยอดเยี่ยม’ และ ‘ศิลปินกลุ่มร็อกยอดเยี่ยม’
■ Seven สามารถกวาดยอดขายอัลบั้มได้รวมกว่า 700,000 ชุด และตั้งแต่วันนั้นมา Seven ได้ให้อะไรมากมายกลับไปสู่คนฟัง จนขึ้นแท่นเป็น 1 ในสุดยอดอัลบั้มเพลงร็อกของเมืองไทยจนถึงปัจจุบัน
“เราก็พยายามกดดันตัวเองอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ว่าต้องทำให้มันดี ต้องสนุกกับงาน ต้องดีขึ้น ถ้าให้บอกตรง ๆ พวกผมก็ไม่ได้เก่งอะไรมาก แต่พวกผมทำงานกันด้วยความเป็น Teamwork จริง ๆ คือมันจะมีคนคอยเติมเต็มในส่วนที่มันขาดหายไปตลอด เพราะว่าดนตรีนี่ ถ้าเรามองข้ามความเก่ง ไม่เก่งไป เราจะไปเจออะไรหลาย ๆ อย่าง ที่เป็นอีกมิติหนึ่งของมัน”
นี่คือคำกล่าวของ อ๊อฟ บิ๊กแอส (พูนศักดิ์ จตุระบุล) มือกีตาร์ของวง เมื่อ 20 ปีก่อนหน้า ซึ่งวันนี้ เขาได้นั่งแท่นบริหารดูแลต้นสังกัด ‘Genie Records’ ในยุคปัจจุบัน
■ ล่าสุดในปีที่ 20 ของ Seven ‘Big Ass’ กำลังเตรียมขึ้น Festival ครั้งประวัติศาสตร์ของวงการเพลงร็อก ที่ “Rock Alarm Music Festival 2024” ![]()
■ ที่ ‘พี่โอ๊ค’ (มือเบส) การันตีว่าจะขนมาแต่เพลงเดือดแน่นอน ตามไปลุยให้กำลังใจพี่ ๆ Big Ass และเพื่อนศิลปินร็อก/เมทัลร่วมวงการกันได้ ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายนนี้ ที่โกดัง สเตเดียม คลองเตย ![]()
คอยติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เพจ Rock Alarm ไว้ได้เลย
Happy Birthday ! Seven ![]()
อ้างอิงข้อมูล : ขจรเดช พรมรักษา (พี่กบ Big Ass) / สัมภาษณ์ นิตยสาร “สีสัน” ปีที่ 16 ฉบับที่ 2, สิงหาคม-กันยายน พ.ศ. 2547 / รายการ “ป๋าเต็ดทอล์ก” (PART 1) จากจุดเริ่มต้น.. สู่การเปลี่ยนแปลง ของ Big Ass | BREAK-UP แยกวง SERIES (พ.ศ. 2562) / Musix Superstar (GMM Superstar)
