ก่อนที่เราจะได้ไปชมคอนเสิร์ตใหญ่ของศิลปินที่เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการอินดี้ และหนึ่งในศิลปินของค่าย Bakery Music ทางเราได้มีโอกาสพูดคุยเล็กน้อยกับวงดังกล่าว นั่นคือวง P.O.P เจ้าของเพลงดังอย่างเพลง “ยอม” “รักของเธอมีจริงหรือเปล่า” “ไม่มี” ที่ปัจจุบันมีสมาชิก 4 คน คือ
นภ พรชำนิ (นักร้องนำ)
ก้อ – ณฐพล ศรีจอมขวัญ (มือเบส)
เจอร์รี่ – ศศิศ มิลินทวนิช (มือกีต้าร์)
สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ (โปรแกรมมิ่ง)
และ โต้ง – มณเฑียร แก้วกำเนิด มือกีต้าร์ผู้ล่วงลับ (Rest In Peace)
เกี่ยวกับคอนเสิร์ต P.O.P Go! Concert คอนเสิร์ตใหญ่ของวงในรอบ 22 ปี และความเป็นไปของวงในปัจจุบันและแนวทางในอนาคต จะเป็นอย่างไรสามารถตามอ่านในโพสต์นี้ได้เลย
อยากให้พี่ ๆ แนะนำวง P.O.P ให้เราได้รู้จักกันสักนิดหนึ่งครับ
นภ พรชำนิ: “วง P.O.P ก่อตั้งเมื่อปี 1998 ที่ Bakery Music สยามสแควร์ สมัยก่อนจะมีแค่สมาชิก 3 คน ก็คือคุณโต้ง มณเฑียร แก้วกำเนิด ผม นภ พรชำนิ และคุณก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ จากนั้นผ่านไปอีกประมาณสิบกว่าปีครับ ก็ได้ไปชักชวนพี่สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ และคุณเจอร์รี่ ศศิศ มิลินทวนิช มาร่วมอยู่ในปี 2010 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันครับผม แล้วก็นี่เมื่อประมาณ 3 – 4 ปีที่ผ่านมานี่เราสูญเสียคุณโต้งไป ณ วันนี้เราเลยเหลือสมาชิกแค่ 4 คนครับ”
การทำงานของ P.O.P โดยปกติแล้ว สมาชิกแต่ละคนทำอะไรกันบ้างครับ
สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์: “ทุกคนทำร่วมกันหมดครับ ทั้ง เรียบเรียง Produce และช่วยกันเขียนเพลงครับ โดยหลัก ๆ แล้วก็ทำกันหมดนะ พี่ก้อเล่นเบส พี่เจอร์รี่กีตาร์ นภร้องนำ พี่ก็ Programming ครับผม”
นภ พรชำนิ: “มันเป็นงานกลุ่มที่เป็นการละเลงสีไปด้วยกันนะครับ มันเหมือนกับการเราทำวาดรูป หรือว่าทำงานศิลปะขึ้นมาหนึ่งอัน ใครถนัดอะไรก็ใส่อีกไอเดียลงมา แล้วมันก็จะลงตัวไปเองนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเพลงไหนก็ตามที่ขึ้นมาเนี่ย มันจะมีคนต่อจนจบได้เอง แต่มันจะไม่ออกมาสวยงามเลยถ้าไม่ได้ทำด้วยกันทั้ง 4 คน หรือ 5 คนที่ผ่านมา นั่นคือผลงาน P.O.P ที่ค่อนข้างอิสระ แต่ก็มีรูปแบบที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงของผมก็ดี พูดถึงการร้องเพลงของพี่นภแล้วกัน มันจะมีเสียงบางอย่างที่เราจะร้องแบบนี้ ในโปรเจกต์อื่นก็จะไม่ได้ร้องด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ซาวด์กีตาร์เป็นไงครับคุณเจอร์รี่”
เจอร์รี่ ศศิศ: “ก็ซาวด์กีตาร์ คือตั้งแต่สมัยที่คุณโต้งทำไว้ยุคแรก ๆ ก็คือจะผสมผสานคอร์ดที่มีความเขาเรียกว่าอะไร คอร์ดแจ๊ส อะไรอย่างนี้ เข้ามาในเพลงป๊อป ซึ่งแค่นั้นไม่พอ ก็เอาไปใส่ในเพลงร็อกให้มันเป็นฟังแล้วกลมกลืนกันได้ นี่คือเอกลักษณ์ที่คุณโต้งได้วางไว้ตั้งแต่แรก แล้วเราก็ยังพยายามที่จะคงสิ่งนี้ไว้ครับ”
อยากจะพูดถึงเรื่องผลงานบ้างครับ เห็นว่าวงพี่ ๆ มีเพลงดังอยู่เยอะเลย อยากทราบที่มาของเพลง “ยอม” ครับ
ก้อ ณฐพล: “สำหรับเพลงยอมนะครับ มันก็มีที่มาที่ไปโดยที่ว่าตอนที่เราทำอัลบั้ม P.O.P ชุด Period of Party เสร็จนะครับ เราก็กำลังจะมีคอนเสิร์ตคอนเสิร์ตหนึ่งที่เป็นคอนเสิร์ตอะคูสติกที่สวนสิริกิติ์นะครับ ชื่อว่า In the Room with P.O.P ซึ่งเราก็เลยเป็นที่มาของการทำเพลงพิเศษเพลงหนึ่งขึ้นมา สองเพลง จริง ๆ แล้วสองเพลง เพลงหนึ่งก็คือเพลงยอมนะครับ ซึ่งจริง ๆ เพลงยอมเนี่ย คนที่เริ่มต้นแต่ง Chord Progression คือคุณโต้งนะครับ พี่โต้ง แล้วเราก็ได้พี่บอย (โกสิยพงษ์) มาใส่เนื้อร้องให้ สิ่งหนึ่งที่มันเป็น… ผมคิดว่าหลาย ๆ คนอาจจะคาดไม่ถึงนะ เนื้อร้องเพลงนี้จริง ๆ แล้วผมได้ยินหลายคน พวกเราได้ยินหลายคนมากเลยที่เอาเพลง ๆ นี้ไปใช้ในงานแต่งงาน แต่จริง ๆ แล้วเพลงนี้ความหมายที่แท้จริงของเพลงนี้ มันคือ… มันไม่มีอะไรหยุดเราได้แล้ว ไม่ว่าเราจะมีแฟนอยู่หรือไม่มีแฟนอยู่ แต่เราเจอคนอีกคนหนึ่งที่อยู่ตรงนั้นแล้วเราหยุดไม่ได้แล้วนะครับ มันเป็นความรู้สึกที่รุนแรงมาก จริง ๆ นั่นคือความหมายที่แท้จริงของเพลงยอม แต่ว่าจริง ๆ แล้วเพลงก็คือเพลงนะครับ ไม่ว่าคนแต่งจะมีความตั้งใจหรือมีเรื่องราวอะไรที่เราจะแต่งมายังไงก็แล้วแต่เนี่ย คนฟังก็สามารถเอาเพลง ๆ นั้นเนี่ยไปตีความในแบบของตัวเองได้นะครับ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรนะครับ อันนี้เล่าให้ฟังเฉย ๆ ”
พี่ ๆ แต่ละคนมีเพลงที่ชอบของ P.O.P ไหมครับ
สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์: “ได้ยินความรักบ้างไหม” ครับ ในชุด P.O.P Rock ครับ ชุดนี้ชอบที่สุดครับ”
เจอร์รี่ ศศิศ: “จริง ๆ มันก็ชอบทุกเพลง แล้วมันก็เปลี่ยนไปตามแต่ละปีแต่ละวัน แต่ถ้าตอนนี้เลยเนี่ย นึกถึงเพลง “ชอบอะ” เพราะว่าผมกับคุณโต้งเนี่ยทำเพลงนี้แบบมันได้ดวลกีตาร์กัน แล้วมีความเป็นเพลงเดียวของ P.O.P ที่มีความเป็น Hard Rock เกือบ ๆ จะ Heavy Metal ด้วยครับ”
นภ พรชำนิ: “ผมก็ชอบเพลง “ลมหายใจ” นะครับ ที่ตอนนั้นเป็นช่วงที่เรารวมตัวกัน 5 คน แล้วเราตีความเพลงลมหายใจของ Mr. Z หรือของ Z-Myx เนี่ยใหม่ โดยการที่เราจะพยายามถ่ายทอดเพลง ๆ นี้ว่าให้คนฟังหรือแฟนเพลงของ P.O.P ได้รู้สึกสักทีว่า “เธอคือลมหายใจของพวกเราจริง ๆ ” และผมก็เชื่อมั่นว่าเพลงลมหายใจในเวอร์ชัน P.O.P เนี่ย ส่งความรู้สึกนั้นให้แฟนเพลงได้จริง ๆ ว่าถ้าไม่มีพวกคุณ ก็ไม่มีพวกเราครับ”
ก้อ ณฐพล: “จริง ๆ เลือกยากนะ เพราะทุกเพลงที่เราทำมาเราก็ใส่เลือดเนื้อชีวิตจิตใจของเราเข้าไปหมดนะครับ เพลง “ได้ยินความรักบ้างไหม” ก็ชอบ ชอบมากเหมือนกันอย่างที่พี่สมเกียรติว่า แต่ขอเลือกเพลงที่เป็นซิงเกิลใหม่ของเราก็แล้วกันนะครับ คือชื่อเพลงว่า “เคียงข้าง” ซึ่งเป็นเพลงที่มีความหมายที่ดีมาก แล้วก็มีเมโลดี้ที่มีเสน่ห์มาก ก็อยากจะเชิญชวนให้ทุกคนลองฟังดูนะครับ”
ล่าสุดที่เพิ่งไปขึ้นคอนเสิร์ต B-Day เมื่อตอนสิ้นปีที่ผ่านมา รู้สึกอย่างไรบ้างครับ
นภ พรชำนิ: “ผลงานของ P.O.P ก็คือหนึ่งในความทรงจำของแฟนเพลง Bakery Music นะครับ ที่เติมเต็ม ต่างคนต่างเติมเต็มซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะบทเพลงของ P.O.P ในการแสดงใน B-Day เนี่ย มันเหมือนเราดึงทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุคนั้นอีกครั้งหนึ่ง ที่เราได้ทำงานเพลงที่สยามสแควร์นะครับ แต่ในความใหม่เนี่ย ไม่ได้มีอะไรใหม่นะ เพราะมันเหมือนเราเล่าเรื่อง เล่าเรื่องความรู้สึกเก่า ๆ ให้คนได้ความทรงจำ จะแตกต่างไปจากคอนเสิร์ต P.O.P GO อันนี้ที่เป็นเรื่องใหม่ ที่เราจะเล่าเรื่องใหม่ให้ทุกคนได้ฟัง ไม่ใช่เป็นคอนเสิร์ตย้อนยุค ไม่ใช่คอนเสิร์ตทวนความทรงจำหรือ Reunion ไม่ใช่แบบนั้นครับ แต่เป็นคอนเสิร์ตที่นำประสบการณ์ใหม่มาถึงทุก ๆ คน ซึ่งโดยเฉพาะแฟนเพลงตัวจริงของ P.O.P ที่อยู่ที่ B-Day เนี่ย คุณจะยิ่งแบบ “โอ้โห มีงี้ด้วยเหรอวะ” ครับผม แน่นอนครับเที่ยวนี้”
ถามถึงคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นบ้างครับ อยากจะทราบว่า P.O.P GO ความทรงจำสู่ปัจจุบัน ที่มาที่ไปเป็นยังไงบ้างครับ
นภ พรชำนิ: “P.O.P GO นะครับ คอนเสิร์ตนี้มันเริ่มมาจากการที่ว่าเวลาเราจะทำคอนเสิร์ตอะไรบางอย่างเนี่ย มันต้องมีไอเดียที่ตกตะกอนพอสมควรครับ แล้วเรารู้สึกว่ามันพร้อมแล้วละที่เราจะนำเสนอให้ทุก ๆ คน โดยเฉพาะแฟนเพลงของ P.O.P ได้ขึ้นรถบัสคันนี้ไปด้วยกันกับเรา ตลอดการแสดง 3 ชั่วโมงเนี่ย คุณจะได้เดินทางไปกับเรา ได้เห็นความทรงจำ ได้เห็นอนาคต ได้เห็นความเป็นปัจจุบัน ได้เห็นความเข้าใจ ได้เห็นการตีความ ได้เห็นการทำงานของ P.O.P ตลอด 28 ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจนว่า “อ๋อ เขาขึ้นขบวนรถนี้ไม่ผิดละ” และก็ดีใจและภูมิใจที่ขึ้นขบวนรถ P.O.P นี้มาตั้งแต่แรกด้วยกันกับเรา จะสร้างความรู้สึกนั้นให้ทุกคนประทับใจไปด้วยกันให้ได้ครับ คุณก้อมีอะไรเสริมไหมครับ?”
ก้อ ณฐพล: “ไม่มีครับ” (หัวเราะ)
มีการเตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ยังไงบ้างครับ
ก้อ ณฐพล: “ก็แน่นอน มีการเตรียม Production นะครับ พี่ ๆ ก็เรามีทีมงานหลาย ๆ ทีม มีทีมงานทั้งแสง สี เสียง และอะไรอย่างนี้ครับ เพื่อนำเสนอ P.O.P เล่นคอนเสิร์ตมานานแล้ว รูปแบบเนี้ยจะเป็นรูปแบบใหม่ อยากให้ชักชวนให้เข้ามาสู่ประสบการณ์กับเสียงดนตรี เสียงเพลงที่เราเรียง ๆ มาที่ผ่านมาครับ”
สำหรับแฟน ๆ ที่จะไปดูในครั้งนี้ จะได้เห็นอะไรที่พิเศษในคอนเสิร์ตบ้างครับ
ก้อ ณฐพล: “สำหรับคอนเสิร์ต P.O.P GO นะครับ สิ่งหนึ่งที่พิเศษผมคิดว่าเราตั้งใจอยากจะทำคอนเสิร์ตนี้ให้แฟนเพลงได้มาดู แต่ไม่ได้ดูเหมือนดูคอนเสิร์ตคอนเสิร์ตหนึ่งนะ แต่ว่าดูเหมือนแฟนเพลงจะได้ดูหนังเรื่องหนึ่งที่จะมี Chapter ต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน แล้วร้อยเรียงตั้งแต่ต้นจนจบเนี่ยนะครับ ซึ่งมันเป็น… สำหรับเรามันเป็นสิ่งใหม่ และเราอยากจะให้ผู้ฟังเนี่ยได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากพวกเราด้วย ในขณะเดียวกันเนี่ย P.O.P ปีนี้เป็นปีที่ 28 แล้ว แน่นอนมันก็จะมีความหลัง อดีตต่าง ๆ ที่ผ่านมาของวง อดีตที่ผ่านมาของตัวละครก็คือสมาชิกพวกเราแต่ละคน ในขณะเดียวกันก็มีปัจจุบันที่เป็นพวกเราทั้ง 4 คน และอนาคตที่กำลังจะเดินไปข้างหน้าด้วย เพราะฉะนั้นเนี่ย เรื่องราวต่าง ๆ มันก็จะร้อยเรียงเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างที่จะ… ที่เราวางแผนไว้นะครับ ที่จะครบถ้วนสมบูรณ์พอสมควร แล้วก็จะเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับเราด้วยในการทำคอนเสิร์ต แล้วก็สำหรับคนฟังด้วย เราก็คาดหวังว่าเราจะพยายามทำคอนเสิร์ตนี้ให้เป็นคอนเสิร์ตที่ประทับใจที่สุดคอนเสิร์ตหนึ่งสำหรับแฟนเพลง P.O.P ทุก ๆ คนครับ”
มีอะไรอยากจะบอกกับแฟน ๆ ไหมครับ
ก้อ ณฐพล: “ก็อยากให้แฟนคลับมาดูกันเยอะ ๆ นะครับ” (หัวเราะ)
นภ พรชำนิ: “ของผมก็การตกตะกอนในทางเชิงความคิดและเอามาทำเป็นผลงานนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลงานเพลงก็ดี ในเรื่องของการทำคอนเสิร์ตหรือทำโชว์ครั้งนี้ก็ดี เนี่ย มันพิเศษจริง ๆ ที่ได้สถานที่การแสดงที่มันเหมาะเจาะกับการทำ Presentation ครั้งนี้ด้วย นั่นคือ One Bangkok Forum ผมคิดว่ามันลงตัวหมดเลยว่าเพลงของ P.O.P กับคนประมาณ 4,000 คนเนี่ย มันจะพอดีกับจำนวนคนนั้นเลย ไม่มากไม่น้อยเกินไป และผมเชื่อได้เลยว่าทุกที่นั่งใน One Bangkok Forum เนี่ย จะอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ P.O.P ส่งถึงอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่ตรงไหนของจุดใดก็ตาม คุณจะได้รับอรรถรสที่แตกต่างกันไป แต่จะไม่พลาดความรักความปรารถนาดีจากพวกเราทั้ง 4 คนนี้และทีมงานที่แฝงไว้ในทุก ๆ บทเพลงและการโชว์ในวันนั้นอย่างแน่นอนครับ P.O.P GO Concert นะครับ”

P.O.P GO Concert A New Era Has Begun… คอนเสิร์ตครบรอบ 28 ปี P.O.P ที่จะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ภาคใหม่ของ P.O.P ที่พาทุกคนข้ามผ่าน “ความทรงจำ” สู่ “ปัจจุบัน” ไปด้วยกันในเส้นทางใหม่ที่ไกลกว่าเดิม
จัดแสดงวันเสาร์ที่ 4 กรกฏาคม พ.ศ. 2569 เวลาเริ่มโชว์ 19:00 น. ที่ One Bangkok Forum
เปิดขายบัตรรอบ PUBLIC SALE วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 10:00 น. เป็นต้นไป ซื้อบัตรคอนเสิร์ตได้ที่เว็บไซต์ I Have Ticket /
